ภาษาไทย | English
เข้าสู่ระบบ!! บทความ


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 18/12/2549
ปรับปรุงเวบเมื่อ 18/09/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 411


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (411)
BANDAI
CORGI
DINKY
HOT WHEELS
LAND ROVER
DAYS GONE-VANGUARDS
MATCHBOX-REGULAR WHEELS
MATCHBOX-SUPERFAST
MATCHBOX-KING SIZE
MATCHBOX-MODELS OF YESTERYEAR
MAJORETTE
MINI
TOMICA
VOLKSWAGEN
SOLIDO
ACCESSORIES
OTHER BRAND
BOOK AND MAGAZINE
FILM TELEVISION RELATED
MILITARY VEHICLES



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ








บทความ
"MONTE CARLO RALLY" ผู้สร้างตำนาน "MINI COOPER" (อ่าน 29441/ตอบ 6)

MONTE CARLO RALLY  ผู้สร้างตำนาน “MINI COOPER”

  

Mini Cooper Monte Carlo

 

        รถมินิคูเปอร์คงไม่ได้กลายเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้ ถ้าหากไม่ได้เข้าร่วมการแข่งแรลลี่มอนติคาร์โล ซึ่งเป็นการแข่งขันแรลลี่ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลก ในปี 1964, 1965, 1967 แล้วชนะที่ 1 ทั้ง 3 ครั้ง จึงทำให้รถกระป๋องคันจิ๋วนี้โด่งดังเป็นพลุแตก กลายเป็นตำนานมาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นจึงอาจถือได้ว่าการแข่งแรลลี่ มอนติคาร์โล มีส่วนสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้กับรถมินิโดยเฉพาะรุ่น Cooper ดังนั้นในวันนี้เรามาทำความรู้จักกับการแข่งแรลลี่ มอนติคาร์โลกันดีไหมครับ

          ตำนานของมอนติคาร์โล แรลลี่นั้นเริ่มต้นเป็นครั้งแรกในปี 1911 โดย Prince Albert แห่งมอนาโค (รัฐเล็กๆในยุโรป) ผู้ชนะในการแข่งขันครั้งแรกคือ Henri Rougier รถที่ใช้แข่ง ซึ่งเราอาจไม่คุ้นเคยคือรถ Turcat-Mery (น่าจะเป็นรถที่ผลิตขึ้นเองโดยเฉพาะเพื่อใช้ในการแข่งขัน)

 

รถที่ใช้ในการแข่งขันมอนติคาร์โล 1934

 

          สำหรับระยะทางที่ใช้ในการแข่งขัน ตั้งแต่ปี 1973 จนถึงปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 14-36 ช่วง หรือระดับการแข่งระยะทางที่สั้นที่สุดที่เคยแข่งกันคือ 329 กิโลเมตร และระยะทางที่ใช้แข่งที่ยาวที่สุดที่เคยแข่งกันมาคือ 757 กิโลเมตร

 

monte carlo way

 

          โดยปกติแล้ว ตั้งแต่ปี 1973 การแข่งขันจะเริ่มในวันปีใหม่ของทุกปี แต่ระยะหลังๆ ก็มีการเลื่อนออกไปบ้าง แต่ก็จะอยู่ในเดือนมกราคมของทุกปี เช่น การแข่งในครั้งหน้าคือวันที่ 21-27 มกราคม 2008

          การแข่งมอนติคารฺโล แรลลี่ เป็นการแข่งขันที่ผ่านไปในภูมิประเทศแบบต่างๆ ทั้งขึ้นเขา ลงเขา และเนื่องจากการแข่งขันอยู่ในช่วงหน้าหนาว จึงมีช่วงที่ต้องขับฝ่าหิมะด้วย

monte carlo snow

 

          สำหรับช่วงระยะทางที่โหดที่สุดที่ทำให้นักแข่งร้อนๆ หนาวๆ ถ้าหากใครผ่านช่วงนี้ไปได้ก็โล่งใจได้ว่า สามารถแข่งไปจนจบรายการ คือช่วงที่อยู่ระหว่างเมือง La Bollene ถึงเมือง Sospel ช่วงนี้จะเป็นภูเขาสูงชัน มีช่วงเลี้ยวหักศอกจำนวนมาก และหิมะตกตลอดเวลา และการแข่งขันเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง ก็มีการเพิ่มการแข่งตอนกลางคืนด้วย เรียกว่า “Night of Turini” แต่บรรดานักแข่งจะเรียกชื่อคืนโหดนี้ว่า “Night of the Long Knifes”

 

monte carlo snow night

 

          การแข่งขันมอนติคาร์โล แรลลี่ ได้แข่งขันกันมาแล้วถึง 75 ครั้ง ผ่านช่วงสงครามโลกมา 2 ครั้ง ผ่านช่วงวิกฤตต่างๆ มาหลายครั้งจนทำให้ตัวการแข่งขันเองนั้นก็กลายเป็นตำนาน และไดสร้างชื่อให้กับนักแข่งหลายคนและรถหลายแบรนด์ และแม้กระทั่งเพลทสำหรับติดรถเพื่อใช้ในการแข่งขันก็มีการประมูลกันในราคาสูงมาก เพลทเก่าๆ บางอันมีราคามากกว่า 2 หมื่นบาททีเดียวครับ ตัวเพลทจริงนั้นมีขนาดประมาณ 6 x 12 นิ้ว นับเป็นเพลทที่มีผู้นิยมสะสมมาก มีการออกแบบสวยงามและคลาสิคมาก จนกลายเป็นต้นแบบของเพลทที่ใช้ติดรถในการแข่งขันแรลลี่รายการอื่นๆ ด้วย

 

Plate Monte Carlo

 

          ทีนี้มาว่ากันถึงเรื่องรถ Mini ที่ใช้ในการแข่งขันกันบ้าง รถมินิคันแรกที่เข้าร่วมในการแข่งขันแรลลี่เท่าที่มีการบันทึกไว้ในปี 1960 คือรถขนาด 850 cc. ได้ลำดับที่ 73 และในปี 1962 ก็ชนะที่ 1 เป็นครั้งแรกในการแข่ง “Tulip Rally” ใช้รถ Mini ขนาด 997 cc.  

 

        Winner 33EJB Winner Mini EJB

 

          ในปี 1964 เป็นปีสำคัญที่รถ Mini Cooper S ขนาดเครื่องยนต์ 1071 cc. ชนะที่ 1 ในการแข่งขันมอนติคาร์โล เมื่อเดือนมกราคม ขับโดย Paddy Hopkirk และเนวิเกเตอร์คือ Henry Liddon รถที่ใช้แข่งมีเบอร์ผู้แข่งขันข้างประตูรวมทั้งเบอร์บนเพลท คือเบอร์ 37 และเบอร์บนฝากระโปรงรถ ซึ่งเป็นเบอร์ที่ลงทะเบียนการแข่งขันคือ 33EJB ปัจจุบันรถจริงคันนี้อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ “Gaydon Museum of British Motor Industry”   

 

Mini 33 EJB in Museum

 

          ในปีถัดมาคือปี 1965 Mini Cooper S, 1275 cc. เบอร์นักแข่ง 52 เบอร์ทะเบียน AJB44B ก็ชนะที่ 1 ในการแข่งมอนติคาร์โล ติดกันเป็นปีที่ 2 ผู้ขับคือ Timo Makinen และเนวิเกเตอร์คือ Paul Easter

 

 

Mini Cooper 1965 Winner   Mini Cooper 1965 Winner

 

 

          ในปี 1966 รถมินิคูเปอร์ไม่ผ่านการตรวจสภาพ (ปีนี้รถที่ชนะคือ Citroen)

           ปี 1967 รถ Mini Cooper S ขนาด 1275 c.c.ก็ได้สร้างชื่ออีกครั้ง ด้วยการชนะที่ 1 ในการแข่งมอนติคาร์โล แรลลี่ เป็นรถที่มีเลขผู้แข่งข้างประตูและบนเพลท 177 เลขทะเบียนบนฝากระโปรงรถ LBL 6D ขับโดย R.Rltonen และเนวิเกเตอร์คือ H. Liddon

 

 Winner Mini Cooper S LBL 6D Mini Cooper LBL 6D

         

         การชนะการแข่งมอนติคาร์โล แรลลี่ ทั้ง 3 ครั้งนี้เองที่ทำให้รถ Mini Cooper S กลายเป็นตำนานและรถมินิในรุ่นอื่นๆ ก็ได้รับความนิยมตามไปด้วย การแข่งขันชนะที่ 1 ในมอนติคาร์โลทั้ง 3 ปีนั้น เปรียบเสมือนแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ไม่มีใครคาดคิดว่า Mini คันเล็กนิดเดียวจะสามารถชนะรถใหญ่ที่มีกำลังเครื่องยนต์สูง เช่น Benz, Volvo, Citroen, SAAB แต่ก็ด้วยความสามารถของนักแข่งที่มีฝีมือและความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวก็ทำให้เจ้า Mini คันจิ๋วผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ เช่น ขึ้นเขาสูง ฝ่าหิมะตกหนัก และความมืด

          รถมินิอาศัยความได้เปรียบการแข่งบนเส้นทางหิมะ เนื่องจากเป็นรถที่ขับเคลื่อนล้อหน้า ทำให้การขับรถบนหิมะง่ายขึ้น (สมัยนั้นรถส่วนใหญ่ขับเคลื่อนล้อหลัง)  

Mini in Newspaper

 

          ในช่วงปี 1964-1967 รถ Mini ทำให้หนังสือพิมพ์พาดหัวได้หลายครั้งในการแข่งขันแรลลี่ มอนติคาร์โล

 

Mini Cooper S  MC40

 

          ในปี 2004 ได้มีการเปิดตัวรถ Mini Cooper S รุ่นใหม่รหัส MC40 เพื่อฉลองครบรอบ 40 ปีของการชนะการแข่งขันมอนติคาร์โล แรลลี่ ในปี 1964 ตัวรถสีแดง หลังคาขาว เลขผู้ขับข้างรถ 37 และมีเลขทะเบียนและเพลทบนฝากระโปรง 33EJB ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,000 คันเท่านั้น Jack Pittny ซึ่งเป็นรองประธาน Mini USA. กล่าวว่า “เราสร้างรถคันนี้เพื่อเตือนใจให้นึกถึงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของรถ Mini”

 

 Model Mini

 

          ทีนี้มาคุยกันถึงเรื่องรถเหล็ก Mini Cooper ทั้ง 3 คันที่ชนะมอนติคาร์โล กันบ้างนะครับ Mini ที่เป็นรถเหล็กก็ทำกันหลายเจ้านะครับ ไม่ว่ารุ่นเก่าอย่าง Dinky, Matchbox หรือรุ่นใหม่ๆ เช่น Tomica, Johnny Lightning แต่รถเหล็ก Mini 3 เบอร์ที่ชนะการแข่งมอนติคาร์โลก็มีไม่มากนักนะครับ ที่เห็นก็คือ Corgi, Lledo, Kyosho ก็อาจมีเจ้าอื่นๆ อีกนะครับ แต่ที่นำรูปมาให้ดูในวันนี้เป็นของ Lledo และ Del Prado

 

Model Mini

 

          รถเหล็ก Mini Cooper Monte Carlo เบอร์ 37 และ 52 เป็นของ Lledo ผลิตในอังกฤษปี 1999 อัตราส่วน 1:43 เป็นการผลิตจำนวนจำกัดเพียง 3,000 ชุดทั่วโลก อีกคันหนึ่งคือ รถแข่งมอนติคาร์โล No.177 เป็นแบรนด์ใหม่ คือ Del Prado ผลิตในประเทศจีน น่าจะผลิตในปี 2006 อัตราส่วน 1:43 เช่นกัน

          ทั้งสามคันมีรายละเอียดสวยงามมากครับ โดยเฉพาะของ Del Prado แม้จะเป็นแบรนด์ใหม่และผลิตในจีน เพียงแต่วัสดุเท่านั้นที่สู้ของอังกฤษไม่ได้ รถเหล็กสุดสัปดาห์นี้ก็จบเอาดื้อๆ ตรงนี้แหละครับ ขอบคุณที่เสียเวลาอ่านครับ ต้องขออภัยบางครั้ง รถเหล็กสุดสัปดาห์อาจกลายเป็นรถเหล็ก สุดสองสัปดาห์ที่ด้วยติดภารกิจทางการงานนั่นเองครับ

ความคิดเห็นที่ 0
ในความเป็นจริง,ในปี 1966 มินิชนะเลิศทั้ง 1,2,3, หากแต่โดนปรับให้แพ้ทั้งหมดด้วยสาเหตุไฟส่องทางผิดกฎที่ตั้งขึ้นภายหลังเพื่อให้คู่แข่งชนะบ้างเท่านั้นเอง ระยะปีหลังๆนี้จึงมีการกล่างถึงการชนะเลิศมอนติฯติดกัน 4 ปี.
mini lover email
(22/12/2550 09:40:15) IP. 222.123.125.xxx
ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ใครรู้อะไรก็มาแบ่งปันกันอย่างนี้ดีมากเลยครับ
host email
(24/12/2550 12:02:44) IP. 125.25.240.xxx
ความคิดเห็นที่ 2
email
(28/12/2550 06:33:32) IP. 124.120.235.xxx
ความคิดเห็นที่ 3
อยากทราบว่ามีโมเดลรถมินิหรือเปล่าคะ
ปุ๊ก email
(04/01/2551 16:22:06) IP. 117.47.50.xxx
ความคิดเห็นที่ 4
Prices on such items vary according to their qtliauy. In the US there is such a variety that there are literaly 1000s of scale models on the market. Some of lower qtliauy as low as 5$ up to 100$ for a real good collectable. Remote control planes and cares are the same I boutght an inexpensive plane one for my son at 40$ and cars for around 20$ but they have ones with full scale engines and such for up to 500. I would not suddgest the ones with full scale engines for someone who is overseas. My ex husband used to have one and they are constantly needing parts and special gas and if you do not have access to them you should stick to a childrens model. I would recommend rechargable batteries but than the power is different in different countries and we had to buy new chargers for the cars we bought for our nephues overseas because they could not be used in their country. It is very hard to estimate prices here because they can vary so much due to the slection available. You might want to go to a website and check out what you want. IF you are a child Walmart is throughout the US so you can go to walmart.com and pick out what you like. If you are looking for more high end you will need to do a search for stores in the area your dad will be visiting for hobby stores and then see if they have a web site.
Auth email
(09/07/2555 03:04:45) IP. 94.23.1.xx
ความคิดเห็นที่ 5
Help, I've been informed and I can't bcoeme ignorant.
Shinzo email
(01/09/2555 02:48:31) IP. 94.23.1.xx
Total: 6:               
 
    
เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
Fun & Emotion Icon Click here for more.
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวเลขและตัวอักษรให้ถูกต้อง
 

สินค้า/บริการ แนะนํา...
ฐานไม้สำหรับโชว์รถโมเดล Diecast Model Plinth
ราคา 0.00 บ.
Mazda B1600 Pickup, Corgi no.413B1
ราคา 1,450.00 บ.
Her Majesty
ราคา 2,000.00 บ.
Hino Aerial Ladder Fire Truck, Tomica no.29 black box
ราคา 1,600.00 บ.
รถเหล็ก Matchbox King Size No.K10A – Aveling Barford Tractor Shovel
ราคา 1,400.00 บ.
 

บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน
Toy2hand

Promote Your Page Too
eXTReMe Tracker

Add to My Yahoo!



© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.